[SF]JunSeob หลง( Passion)END

posted on 01 Oct 2011 22:14 by killydong  in SF

“จุนฮยอง”เสียงสั่นเครือมาจากคนตัวเล็กที่มือกำลังปัดป่ายไปทั่วร่างกาย เขาได้แต่พยายามจับมือเล็กนั้นไว้ ยัยมีนานะอย่าให้เจอเชียว ถ้าเจอต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้ได้ มันคงไม่ใช่แค่ไวน์ธรรมดาๆหรอกนะที่โยซอบกินเข้าไปหน่ะเขารู้ดี เพราะแค่ไวน์โยซอบคงไม่เกิดอารมณ์หรอก ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเขากินเข้าไปจะเป็นอย่างไร ร้ายจริงๆเลยผู้หญิงพวกเนี๊ยะ แล้วเขาจะช่วยคนตัวเล็กยังไงหล่ะเนี๊ยะ

จุนฮยองบรรจงวางโยซอบลงบนเตียงนุ่ม ถอดเสื้อตัวนอกออกให้ก่อน แล้วไปเปิดแอร์เพื่อช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย ขณะที่โยซอบเองก็ครางไม่เป็นภาษา จับความได้คำเดียวว่า”จุนฮยอง จุนฮยอง”เจ้าของชื่อเองก็แอบอายเล็กๆที่อีกคนละเมอออกมาเป็นชื่อเขา อย่างนี้หมายถึงเขาสำคัญมากสินะ

“โยซอบ นายไม่เป็นไรนะ ชั้นอยู่นี่ รอก่อนนะ เดี๋ยวก็หาย”จับมืออีกคนแล้วพูดปลอบใจ จุนฮยองรีบเข้าไปห้องน้ำ คว้ากะละมังขนาดย่อมแล้วหยิบผ้าผืนเล็กมาด้วย เดินไปเปิดตู้เย็นแล้วเทน้ำเย็นลงมา

“หวังว่าน้ำเย็นๆจะช่วยนายได้นะ”เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า โยซอบขดตัวด้วยความทรมาน ร่างกายเหมือนอยากจะปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกมา โดยไม่ได้สติ เขากำลังพยายามถอดทุกอย่างบนตัวออก แต่จุนฮยองมาเห็นแล้วจับมือห้ามไว้ก่อน เขาเอาผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาดมาเช็ดเบาๆบนใบหน้า ซอกคอ เหมือนผ้าชุบน้ำเย็นจะช่วยได้บ้าง ตอนนี้โยซอบหยุดดิ้น แต่จุนฮยองรู้ดีกว่า นี่ไม่ใช่ทางแก้ไข เขารู้ดีกว่าควรจะทำอย่างไร แต่ว่าเขาไม่อยากทำร้ายโยซอบ เขารู้ว่าโยซอบมีใจให้เขา แต่ว่าเขาไม่ได้คิดกับอีกคนแบบนั้น เขามองหน้าหวานอย่างเสียใจ

“จุนฮยอง ฮือๆ”โยซอบเริ่มร้องให้ออกมา จุนฮยองไม่รู้ว่าคนตัวเล็กร้องเพราะอะไร

“โยซอบ ร้องให้ทำไม ชั้นอยู่นี่แล้ว” จุนฮยองพยายามปลอบ และเช็ดน้ำตาให้อีกคน

“จุนฮยองช่วยด้วย ทรมาน ช่วยฉันที”ตาปรือของอีกคนมองจุนฮยองอย่างขอร้อง มือโยซอบจับมือจุนฮยองไปจับส่วนนั้น จุนฮยองรู้สึกอึดอัดใจ เขาควรจะทำอย่างไรดี โยซอบเป็นคนดีที่เขาคิดว่าคงเป็นเพื่อนเขาได้ แต่ถ้าหากว่าเขาช่วยโยซอบในคืนนี้ ความสัมพันธ์ของเขาและโยซอบคงจะจบลงในไม่ช้า แต่เวลานี้ โยซอบเริ่มถอดเสื้อออกหมดแล้ว มือเล็กสัมผัสตัวเองด้วยอารมณ์ที่เตลิดไปไกล ภาพตรงหน้ามันช่างเย้ายวน จุนฮยองมองริมฝีปากบาง มันเป็นสีแดงเหมือนกลีบกุหลาบชวนให้ลิ้มลอง เขาไม่ปฏิเสธว่าตอนนี้เขาเองก็เริ่มจะมีอารมณ์แล้วเหมือนกัน

“โยซอบ นายแน่ใจนะ”ถามไปอย่างนั้นเอง เขารู้อยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็นแบบไหน เขารู้โยซอบไม่ได้ใจง่าย ถ้าโยซอบไม่เผลอกินไวน์เข้าไป คงไม่ทำแบบนี้และไม่ยอมเขาแบบนี้ โยซอบไม่พูด แต่คนตัวเล็กเอื้อมมือโอบรอบคอจุนฮยองและรั้งให้อีกคนเข้ามาใกล้เขา ปากบางสัมผัสกับริมฝีบางอวบอิ่ม อารมณ์ที่มีอยู่แล้วเริ่มปะทุขึ้นเรื่อยๆจากรสจูบหวานฉ่ำ ลิ้นร้อนสัมผัสกันไปมา โยซอบเป็นคนเริ่มแต่ตอนนี้จุนฮยองเป็นคนคุมเกมส์รักนี้แล้ว เขาถอนจูบออกจากปากแดงนั้นอย่างเสียดาย แต่เขาก็เริ่มพรมจูบไปทั่วใบหน้าแล้วลำคอขาว กลิ่นกายของโยซอบช่างหอมหวนอย่างที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เสียงครางกระเส่าที่อีกคนแสดงออกมาทำให้เขาควบคุมสติไม่ได้ ตอนนี้อารมณ์ต่างพาทั้งคู่ไปตามธรรมชาติของมนุษย์ทั่วไปพึงมี ไม่ว่ามันจะผิดหรือถูกอย่างไร เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วก็คงมีทางเดียวคือทำตามอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น

จุนฮยองลืมตาตื่นขึ้นในตอนเช้าเพราะเสียงโทรศัพท์ ไม่ใช่โทรศัพท์ของเค้าแน่นอน เขารีบตามหาเสียงนั้นแล้วก็พบว่ามันอยู่ในกระเป๋าเสื้อที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้อง หน้าจอแสดงชื่อคนที่โทรมาซึ่งจุนฮยองไม่อยากจะรับมันเลย แต่ถ้าปล่อยไว้คนที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงต้องโดนดุแน่ๆ

“ฮัลโหล”เขากรอกเสียงลงไป ปลายสายอึ้งเล็กน้อย แต่ก็ตั้งสติได้ในไม่ช้า

“จุนฮยองเหรอ โยซอบหล่ะ”

“โยซอบหลับอยู่หน่ะ เดี๋ยวถ้าเขาตื่นจะให้โทรกลับนะครับ”

“อื้ม เอางั้นก็ได้” ปลายสายเหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา จุนฮยองเลยชิงตัดสายไปซะก่อนเขาหันไปมองคนตัวเล็กที่นอนหลับบนเตียง เมื่อคืนโยซอบผ่านเรื่องอะไรมาเยอะมาก ถ้าตื่นมาเขาจะพูดกับคนตัวเล็กยังไงดีนะ เขาจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไงดี จุนฮยองเดินไปนั่งบนเตียงนุ่ม พยายามไม่ให้อีกคนรู้ตัว เขาแทรกตัวไปในผ้าห่ม เหม่อมองดูใบหน้าเล็กนั้นอย่างอธิบายความรู้สึกไม่ได้ สิ่งที่เขาทำคงทำร้ายโยซอบมาก เขาเอามือเกลี่ยแก้มใสเบาๆ

“ขอโทษนะ” เขาเอ่ยเบาๆ แล้วจูบลงไปบนหน้าผากของอีกคนอย่างแผ่วเบา ตอนนี้เขาเองก็ง่วงเหมือนกัน เขากอดอีกคนไว้หลวมๆ เพราะกลัวอีกคนจะอึดอัด หัวสมองที่กำลังใช้ความคิดตีกันยุ่งเหยิงกำลังสงบนิ่ง ด้วยความเหนื่อยล้าเขาก็หลับไป

เกือบเที่ยงแล้ว โยซอบตื่นขึ้นเพราะแสงแดดที่ส่องเข้ามา เปลือกตาหนักอึ้งถูกเปิดออกอย่างยากเย็น เขามองไปรอบๆไม่ใช่ห้องเขาอย่างแน่นอน รู่สึกเหมือนมีอะไรหนักๆอยู่บนตัว มือยาวของจุนฮยองนั่นเอง จุนฮยองกอดเขาเหรอ >//< เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เขาจำได้เลือนราง แต่สิ่งที่เขารู้คือ เมื่อคืนเขาลึกซึ้งกับอีกคนไปแล้ว โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ โยซอบนอนนิ่งอย่างใช้ความคิด เขาอายเหลือเกินที่จะต้องพบหน้าจุนฮยอง การเผชิญหน้าหลังจากนี้เขาจะทำหน้ายังไงดี คิดแล้วเขาเองแท้ๆที่ทำมันลงไป เขาเป็นคนขอให้จุนฮยองทำเอง จุนฮยองไม่ได้รักเขา เขารู้ดีน้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลมันก็ไหลออกมาซะอย่างนั้น ไม่ได้เสียใจที่เสียตัว ไม่สักนิดเลย ก็เขารักจุนฮยองนี่ แต่เสียใจที่คนที่เขารัก ไม่ได้รักเขาต่างหาก มือเล็กค่อยๆจับแขนที่กอดเขาไว้ขยับออก เขาลุกออกจากเตียง เก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายแล้วรีบแต่งตัวแล้วรีบออกจากห้องไป

“กลับมาแล้วเหรอ”เมื่อโยซอบเข้าห้องมาก็พบกีกวางกำลังนอนอ่านหนังสือบนโซฟา ไม่รู้ว่าเพื่อนเขาจะขยันอะไรหนักหนา อ่านตลอดเวลา รักการอ่านจริงๆ แต่ว่าโยซอบไม่มีอารมณืจะคุยด้วยมากนัก แต่ก็ไม่อยากผิดสังเกต

“อื้อ พี่ฮยอนซึงหล่ะ”

“พี่ฮยอนซึงออกไปข้างนอกอ่ะ บอกว่าตอนเย็นจะคุยกับแกด้วย”

“อือ” โยซอบพยักหน้ารับ เย็นนี้โดนจัดชุดใหญ่แน่เลย เฮ้ออออ แต่จิตใจเขาไม่ได้กังวลเรื่องนั้นหรอก เขารู้ว่าพี่ฮยอนซึงต้องเข้าใจเขาแน่นอน

เมื่อเข้ามาในห้อง ก็จัดการตัวเอง อาบน้ำก่อนออกจากห้องจุนฮยองมาเขาไม่คิดอะไรเลยแม้กระทั่งอาบน้ำ น่าขำชะมัด สายน้ำที่ไหลลงมาจากฝักบัว ราดรดมาบนตัวเขาแม้จะจะเย็นสบายแต่ไม่ได้ช่วยให้เขาสบายใจเลยสักนิด น้ำใสๆไหลออกจากตากับความสับสนที่เกิดขึ้นในใจ จุนฮยองจะคิดอย่างไงกับเขานะ ถ้าตื่นมาแล้วไม่เห็นเขาอยู่บนเตียง จุนฮยองจะมองเขาแบบไหน คงมองเขาไม่ดีแน่เลย ในหัวของเขามีแต่เรื่องจุนฮยอง จุนฮยองและจุนฮยอง

วันเวลาผ่านไปทุกอย่างกลับไปเป็นปกติเหมือนเดิม โยซอบกลับมาเป็นโยซอบคนเดิมที่ร่าเริงสดใส ในสายตาคนอื่นๆแต่ภายในใจนั้นมันเจ็บและเหมือนถูกแช่แข็ง ก่อนหน้านั้นเขาก็ไม่คาดหวังเรื่องความสัมพันธ์กับจุนฮยองหรอกนะ เขาไม่คิดเลย ได้แต่แอบชอบ แค่ได้เป็นเพื่อนเขาก็สุขใจแล้ว แต่ในความเป็นจริง การแอบรักมันทรมานมาก  ยิ่งรู้ว่าเขาไม่คิดกับเราแบบนั้นเลยยิ่งรู้สึกเสียใจ แล้วตอนนี้ความสัมพันธ์ที่เกินเลยของเขาและจุนฮยองมันทำให้รู้สึกมากความคำว่าทรมานไปแล้วหล่ะ ทรมานที่เกิดเรื่องแบบนี้แต่จุนฮยองไม่ติดต่อหาเขาสักนิด ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่จะทำอย่างไรได้จุนฮยองคงไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรอยู่แล้ว ก็เขาเองเป็นคนเรียกร้อง เขาเองที่สร้างเรื่อง เป็นเขาเองทั้งหมดที่ทำมันขึ้น เขาไม่โทษจุนฮยองหรอก

หอสมุด โยซอบไม่ค่อยชอบที่แบบนี้เท่าไหร่ แต่ที่มาเพราะว่ากีกวางมันบอกให้มาต่างหาก เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะบอก บรรยากาศที่หอสมุดที่ไหนๆก็คงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ความเงียบปกคลุมไปทั่ว ได้ยินแต่เสียงเปิดหน้ากระดาษและเสียงเลื่อนเก้าอี้ โยซอบเดินขึ้นไปชั้นบนสุด กีกวางชอบชั้นบนสุดเพราะว่าคนจะไม่เยอะ เมื่อมาถึงเขาก็พบว่ากีกวางนั่งอยู่ในมุมเดิม มุมประจำ โยซอบเดินไปพบว่ากีกวางไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว เขานั่งอยู่กับผู้หญิงอีกคน

“อ้าวมาแล้วเหรอ นั่งก่อนสิ”กีกวางเอ่ยขึ้น  โยซอบนั่งตรงข้ามกับกีกวางแล้วมองผู้หญิงอีกคนอย่างสงสัย

“พี่เฮริม นี่โยซอบเพื่อนผมเอง”หญิงสาวหน้าตาสวยหมดจด ดูท่าจะไม่ใช่คนเกาหลีด้วยมองโยซอบแล้วยิ้มให้ทักทาย

“ฉันชื่อเฮริมค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” เฮริมทักทายอย่างเป็นกันเอง โยซอบยื่นมือไปจับกับหญิงสาวเป็นการทักทายเช่นกัน กีกวางอมยิ้มมองทั้งคู่อย่างอารมณ์ดี โยซอบอยากจะถามว่าพี่เฮริมเป็นใครทำไมถึงรู้จักกันได้ แต่ดูท่าทางกีกวางถ้าเขาเดาไม่ผิด เหมือนจะมีอะไรในกอไผ่ยังไงชอบกลอยู่ เมื่อได้โอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังขณะที่เฮริมขอตัวไปหาหนังสือเพิ่มเติ่ม จึงมีดอกาสได้ถาม

“เขาเป็นคนที่ชั้นชอบอยู่” โยซอบตาโตอย่างตกใจ นี่ถ้าหอสมุดไม่มีกดห้ามใช้เสียง เขาคงตะโกนเสียงดังไปแล้ว

“แกชอบผู้หญิงเหรอ” กีกวางมองหน้าโยซอบเหมือนอยากตาย ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน โยซอบมองเขาแบบไหนกันแน่

“อ้าวไอ้นี่พูดจางี้หมายความว่าไงว่ะ ชั้นหน่ะแมนเต็มร้อยนะเว่ย แม้จะเป็นเพื่อนกับแกก็เถอะ”

“แกพูดงี้หมายความว่าไงว่ะ คบกับชั้นแล้วมันยังไง”

“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิวะ ชั้นยอมรับได้อยู่แล้ว ความรักไม่จำกัดเพศและวัย”คำว่าวัยนี่กีกวางดูจะเน้นหนัก คงเพราะกลัวโยซอบจะล้อเขาเรื่องที่เขาชอบรุ่นพี่ละมั้ง โยซอบหัวเราะขำๆ อยู่ด้วยกันไม่เคยรู้เลยจริงๆเรื่องนี้ น่าแปลกกีกวางแมนเต็มขั้นกลับอยู่ร่วมกับเขาและพี่ฮยอนซึงซึ่งคนอื่นอาจจะมองว่าวิปลิศได้อย่างไม่มีอาการอึดอัดสักนิด จนเขาคิดว่ากีกวางหน่ะอาจจะเป็นพวกเดียวกับเขาแล้วด้วยซ้ำ คิดแบบนี้ก็น่าขอบคุณเพื่อนของเขานะที่ไม่รังเกียจกัน

“ว่าแต่มีแค่เรื่องนี้เหรอที่แกจะบอก เห็นว่ามีเรื่องสำคัญ” ไม่ใช่เรื่องนี้ไม่สำคัญ แต่ว่าสำหรับกีกวางเขามีโอกาสบอกเรื่องนี้กับโยซอบเมื่อไหร่ก็ได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียกเขามาที่นี่หรอก

“มีสิสำคัญกับแกโดยตรงเลยหล่ะ”โยซอบงง เรื่องอะไรนะ สำคัญกับเขาโดยตรง

“ชั้นเจอจุนฮยองหน่ะ”กีกวางพูด มองหน้าเพื่อนที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่สดใสกลายเป็นเหมือนจะหดหูลงซะอย่างนั้น

“แล้ว…”โยซอบไม่สบตากีกวาง ชื่อของจุนฮยองก้องอยู่ในหัวใจ แต่ว่าเจอแล้วยังไงหล่ะเกี่ยวอะไรกับเขาอีก

“เขาบอกว่าเขาอยากเจอแก” กีกวางพูดต่อ โยซอบถอนหายใจพยายามปิดกั้นความรู้สึก ไม่ให้เพื่อนรับรู้ กีกวางตบไหล่โยซอบเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ เรื่องนี้เขาอยากให้เพื่อนคิดเองตัดสินใจเอง ไม่อยากเข้าไปยุ่ง พี่ฮยอนซึงเองก็คงคิดเหมือนกัน เพราะว่าแม้จะเห็นว่าโยซอบแปลกไปแต่ทั้งเขาและฮยอนซึงก็ไม่ถามโยซอบเลย นั่นเพราะว่าเขารู้ดีกว่าจริงๆแล้วโยซอบยังไม่พร้อมจะเล่าอะไรให้เขาฟัง

“ถ้าเขาอยากเจอเขาก็มาหาชั้นได้ที่คอนโดนี่ ชั้นไม่ได้ห้ามเขาไว้สักหน่อย”โยซอบพยายามยิ้มออกมาให้เป็นปกติที่สุด แต่มันช่างฝืดเฝื่อนเสียจริง

“แกแน่ใจเหรอว่าถ้าเขามาหาแล้วแกจะไม่หลับหน้าเขา”กีกวางมันจะฉลาดไปนะ โยซอบเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าการอ่านหนังสือทำให้คนฉลาดขึ้นจริงๆ

“แกอย่าหนีใจตัวเองเลย” พูดเพียงแค่นั้นกีกวางก็หันกลับไปสนใจหนังสือเหมือนเดิม ส่วนโยซอบหน่ะเหรอ ความสับสนมันมาตีกันอยุ่ในหัวสมองหมดแล้ว หัวใจมันเต้นแปลกๆ จะว่าดีใจก็ดีใจ กลัวก็กลัว และแน่นอนความเสียใจและน้อยใจมันก็มีด้วยเช่นเดียวกัน

เมื่อแยกกับเฮริมและกีกวางแล้ว โยซอบเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย จนมารู้ตัวอีกทีก็ได้มาอยู่ที่ที่เขาคุ้นเคย เขาเคยมาที่นี่ครั้งแรกกับจุนฮยอง ภาพความทรงจำเก่าๆได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง เขาเดินไปยังม้าโต๊ะหินอ่อนตัวเดิม นั่งลงตำแหน่งเดิม ภาพคนที่นอนหนุนตักกำลังซ้อนทับเข้ามา โยซอบสะบัดหัวไปมาจนผมปลิวเพื่อขับไล่ความคิดรกสมอง แต่ว่า การทำแบบนั้นมันช่วยเขาไม่เคยได้สักที

โยซอบนั่งอยู่อย่างนั้นจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ กี่วินาที กี่นาที หรือกี่ชั่วโมง เขาไม่รู้ว่าจะไปไหนดี เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายความเงียบลง ฮยอนซึงส่งข้อความมานั่นเอง วันนี้เขาคงต้องกินข้าคนเดียวสินะ ก็พี่ดูจุนกำลังจะกลับมาจากค่ายฝึกซ้อมแล้ว พี่ฮยอนซึงต้องไปรับ โยซอบหย่อนโทรศัพท์เก็บไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิม แล้วลุกขึ้นเดินกลับ สายตามองไปข้างหน้าก็เห็นคนที่ท่าทางเหม่อลอยกำลังเดินตรงมาทางที่เขาอยู่ ใจอยากจะหลบออกไปจากตรงนี้ แต่ขากลับก้าวไปไหนไม่ออกเลย เหมือนถูกโบกปูนไว้แบบนี้ อีกคนที่เดินมาตกใจเล็กน้อยให้เห็นเขา สายตาที่มองมาบ่งบอกความเจ็บช้ำไม่แพ้กัน

จุนฮยองไม่คิดว่าจะเจอโยซอบที่นี่ เขาเดินเรื่อยเปื่อยมาที่นี่ช่วงเวลาที่ไม่เจอหน้าโยซอบมันทำเขาแทบบ้า ไม่มีกระจิตกระใจทำอะไรเลย ปกติอยู่คนเดียวกินข้าวคนเดียวก็อร่อยดี แต่ทำไมกินข้าวกับโยซอบแค่มื้อเดียว พอผ่านมื้อนั้นไปข้าวที่เคยอร่อยถูกปาก กลับกินไม่ลงซะอย่างนั้น ทำงานก็ดูจะติดขัดไปหมด จนถึงขนาดโดนพูดว่าให้พักงานก่อนดีไหม โยซอบมีผลกับชีวิตเขาได้อย่างไม่นานเชื่อ และเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็กจุนฮยองก็พูดอะไรไม่ออก การกระทำอย่างเดียวของเขาตอนนี้คือ กอด เขากอดคนตัวเล็กไว้แน่น กอดอย่างโหยหา กอดด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มีอยู่ในใจ คิดถึงเหลือเกิน คนตัวเล็กที่ถูกกอดก็ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน น้ำตาไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว ความอัดอั้นตันใจทั้งหมด ทำให้เขาปล่อยน้ำตาออกมา

“คิดถึงจังเลย”จุนฮยองพูดเบาๆ แต่ดังก้องอยู่ในใจของโยซอบ

“อย่าหนีชั้นไปอีกเลยนะ” ยังคงเป็นคำพูดที่เอ่ยออกมาจากปากจุนฮยอง โยซอบไม่ตอบอะไรเขาทำได้เพียงซุกหน้ากับอกอุ่นของอีกคน ความรู้สึกที่มีทั้งหมด มันตีวนจนแยกไม่ออก จุนฮยองคลายอ้อมกอด แล้วจับหน้าโยซอบให้เงยขึ้นมองเขา

“นายรู้ไหมตั้งแต่นายหนีออกจากห้องไป ชั้นเหมือนคนบ้า ชั้นทำอะไรไม่ถูก จะไปหานายก็ไม่กล้า ชั้นกลัวนายจะเกลียดชั้น ชั้นกินข้าวคนเดียวไม่ได้ ชั้นไม่มีสมาธิทำงาน ทุกวัน ทุกเวลา ชั้นคิดถึงแต่นาย ชั้นเป็นห่วงนายมากนะ”คำพูดที่เก็บไว้ ได้ไหลออกมาจากปากของจุนฮยองอย่างกับท่อน้ำปะปาแตก

“ทำไมนายไม่พูดอะไรเลยหล่ะ โยซอบ”

“ผม…ไม่รู้ ผมกลัว”

“กลัวอะไร นายกลัวอะไรเหรอ”จุนฮยองจ้องมองลึกไปในดวงตาใส โยซอบวันนี้ทำไมดูน่ารักกว่าทุกวันนะ

“กลัวจุนฮยองไม่รัก” ได้ฟังคำตอบจุนฮยองจึงกอดโยซอบอีกรอบ

“โถ่เอ่ย เด็กน้อย”พูดแค่นั้นเขาก็คลายอ้อมกอดออก เขาโน้มตัวลงมาใกล้ โยซอบหลับพริ้มไม่กล้าสอบตาอีกคน จมูกโด่งสัมผัสกับจมูกอีกคน ลมหายใจของทั้งคู่รินรดกันและกัน ปากนุ่มสัมผัสกันและกัน จุมพิตแสนหวานที่เฝ้ารอมานานแสนนาน จูบที่บ่งบอกความรู้สึกทุกสิ่ง ไม่มีความกังวล ไม่มีความกลัว ไม่มีความอาย มีแต่ความเข้าใจ

“เข้าใจแล้วหรือยัง”คนตัวสูงถอนปากออก แล้วถามย้ำว่าอีกคนเข้าใจความหมายของเขาไหม คนตัวเล็กหน้าแดง แต่กลัยส่ายหัวไปมาซะอย่างนั้น

“ถ้างั้นอีกสักครั้งละกัน” พูดจบก็จัดอีกรอบ คราวนี้เป็นโยซอบที่ต้องทุบอีกคนเพราะหายใจไม่ออก สายตาล้อเลียนถูกส่งมาทำเอาเขาเขินต้องจัดการทุบคนบ้าข้างหน้าไปสักบึกสองบึก ชอบแกล้งเขาดีนัก

“ทุบทำไมเล่า ก็ไม่เข้าใจเองนี่นา”

“ชอบแกล้งดีนัก ชิร์”กอดอกเชิ่ดหน้าซะน่ารักเชียว จุนฮยองกอดโยซอบจากด้านหลังเอาคางเทินไวบนไหล่คนตัวเล็ก

“ชั้นขอโทษนะโยซอบ ที่ทำกับนายแบบนั้น และยังทิ้งนายให้เจอกับเรื่องแย่ๆคนเดียวด้วย”

“ผมก็ต้องขอโทษจุนฮยองที่หนีออกมาดื้อๆ ผมไม่รู้ว่าจุนฮยองคิดอย่างไงกันแน่ ผมกลัวว่าจุนฮยองไม่รักผมกลัวว่าจุนฮยองจะมองผมไม่ดีด้วย ผมรู้หรอกว่าจุนฮยองไม่ได้รักผมเลย….แม้กระทั่ง….ตอนนี้” โยซอบพูดคำหลังแทบไม่ออก แม้จูบนั้นจะยืนยันความรู้สึกได้ดี แต่เขาก็อยากได้ยินคำว่ารักจากปากอีกคนมากกว่า รักเพราะว่ารัก ไม่ใช่รักเพราะว่าต้องรัก

“ถึงเมื่อก่อนชั้นจะไม่คิดจะรักนาย นั่นเพราะนายเป็นคนดี ดีมากเกินไป จนชั้นอยากเก็บนายไว้เป็นเพื่อนที่จะคบหากันไปจนตาย แต่ว่าเพราะนายทำให้ชั้นได้รู้ว่า ความรู้สึกนั้นจริงๆแล้วมันคือความรัก มันคือความรักที่ชั้นปฏิเสธมาตลอด แต่ต่อไปนี้ชั้นจะไม่หนีใจตัวเองอีกแล้ว ชั้นจะยอมรับความรู้สึกทั้งหมด ฉันรักนายนะ” พูดจบก็กอดกระชับอีกคนให้แน่นยิ่งขึ้น แถมด้วยการหอมแก้มเนียนนั้นอีกฟอด

“แล้วนายหล่ะ รักชั้นไหม”โยซอบก้มหน้าเขินหลบสายตา แต่ถูกอีกคนเกยคางให้มาสบตาอยู่ดี

“ว่าไงหล่ะ ไม่ตอบจะจูบนะ”ไม่พูดเปล่าแต่ก้มหน้าลงมาเหมือนจะทำจริง โยซอบต้องหันหน้าหลบแล้วเอามือดันหน้าอีกคนออกไป

“บอกก็ได้ ผมก็รักคุณนะ รักมากด้วย รักมาก่อนอีกตะหาก”ไม่พูดเปล่า ยังไปหยิกแก้มคนตัวสูงอีก อีกคนหน่ะเหรอ พอได้ยินคำว่ารัก ก็ยิ้มแก้มแทบปริ เขากอดโยซอบอีกรอบ คนตัวเล็กที่เขาไม่รู้สึกเบื่อ เขาจะไม่มีวันปล่อยคนๆนี้ไปให้ใครเด็กขาด แค่อาทิตย์เดียวที่ไม่เจอกัน ทำเอาชีวิตของเขาล้มไม่เป็นท่า แล้วถ้าชีวิตเขาไม่มีคนชื่อ ยัง โยซอบเข้ามา เขาก็คงหาความสมบูรณ์ไม่เจอเป็นแน่

“เย็นนี้ผมมีเพื่อนกินข้าวแล้วหล่ะพี่ฮยอนซึง^^” โยซอบส่ง SMS ไปหาพี่ชายด้วยอารมณ์ที่มีความสุข

 

“ห๊า!!! กีกวางหน่ะเหรอมีแฟนเป็นผู้หญิง”ฮงกิโวยวายลั่นห้องซ้อม จุนฮยองพยักหน้ารับว่าที่พูดไปหน่ะเรื่องจริง

“โหยเสียดายว่ะแม่ง หน้าหว๊านหวาน อดเลยกู”ฮงกิกล่าวอย่างเสียดาย

“มึงก็พูดไปเรื่อยกูรู้นะเรื่องมึงกับไอ้จงฮุนอ่ะ ทำเป็นหว่านสเน่ห์เรี่ยลาดไปทั่ว มันกลับมากูจะบอกให้หมดเลย” ฮงกิเบิกตาอ้าปากค้าง ไอ้จุนฮยองมันรู้เรื่องนี้ได้อย่างไง เขาไม่เคยเล่าเลยนะ อย่าบอกนะว่าจงฮุนหน่ะ

“มึงไม่ต้องสงสัยหรอก กูเพื่อนมึง แต่มึงลืมหรือเปล่าว่ากูก็เพื่อนมัน” เออใช่ฮงกิลืมไปเสียสนิทเลย ก็เขาสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่นา

“ทำอะไรกันอยู่เหรอ”จุนฮยองหันไปตามเสียงเรียก พบว่าหวานใจของเขาเดินตาแป๋วพร้อมยื่นขวดน้ำให้

“กำลังเตรียมซ้อมหน่ะ” ฮงกิเป็นคนตอบ

“โยซอบเรียนเสร็จแล้วเหรอ”

“อื้อ ช่วงบ่ายไม่มีเรียนแล้ว วันนี้ชั้นทำข้างกล่องมาด้วยหล่ะ เราไปกินกันเถอะ” โยซอบกระซิบ ฮงกิแอบมองสองคนนั้นซุบซิบกันอย่างสงสัย

“มึงซ้อมไปก่อนนะ แล้วนี่โยซอบเอามาฝาก”จุนฮยองยื่นกล่องข้าวกล่องเล็กให้ฮงกิ โยซอบทำมาเผื่อฮงกิด้วย ก็เดี๋ยวจะหาว่าห่วงแต่แฟนตัวเองนี่นา

“ขอบใจนะโยซอบ แต่ทำไมของไอ้จุนฮยองกล่องใหญ่จัง” ยังไม่วายน้อยใจแฟนเพื่อน

“อะไรหล่ะก็กูเป็นแฟนเค้า ก็ต้องทำกล่องใหญ่กว่ามาให้สิ” ว่าแล้วก็ดึงมือคนตัวเล็กไปหามุมสงบนั่งกินข้างกัน

“ไหนดูสิฝีมือของที่รักของชั้นจะเป็นอย่างไง”เปิดกล่องข้าวดู สีสันจัดว่าใช้ได้เลยหล่ะแต่รสชาตินั้นต้องพิสูจน์ จุนฮยองใช้ตะเกียบครีบหมูทอดที่ถูดหั่นเป็นชิ้นสวยงามเข้าปาก โยซอบทำท่าลุ้นว่าผลจะออกมาอย่างไรบ้าง แต่จุนฮยองกลับทำสีหน้าเดาไม่ถูก โยซอบที่กำลังรอคำตอบอยู่ หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ก็คนตัวสูงอ่ะ จะบอกก็ไม่บอก ตอนนี้ได้แต่กินเอากินเอา

“นี่จุนฮยองอ่า มันเป็นอย่างไรบ้าง”

“อยากรู้เหรอ” อีกคนพยักหน้าหงึกหงัก เมื่อเห็นแบบนั้นอีกคนจึงยิ้มร้าย แล้วคีบหมูทอดอีกชิ้นขึ้นมา กัดเข้าปากแล้วโน้มตัวอีกคนลงมา ริมฝีปากสัมผัสกันอีกครั้ง ก่อนที่คนตัวสูงจะดุนชิ้นหมูทอดให้เข้าปากอีกคน โยซอบเจอป้อนแบบนี้ไปถึงกับตั้งตัวไม่ติด รสชาติอาหารเป็นอย่างไรบ้างเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้เพียงแค่รสจูบจากคนตรงหน้าหน่ะ หวานหอมและน่าหลงไหลเสียเหลือเกิน ต่อจากนี้ไปเขาจะทนรับความหวานแบบนี้ไหวไหมนะ รู้แค่ว่าตอนนี้เขาขาดความหอมหวานนี้ไม่ได้แล้ว จุนฮยองเองก็เช่นกัน คิดไปก็ขำตอนแรกเหมือนว่าโยซอบจะหลงเขามาก มานั่งดูเขาเล่นทุกวัน แต่ดูทุกวันนี้เขาจะหลงโยซอบเองซะอย่างนั้น แค่ไม่เห้นหน้าก็ขอให้ได้ยินเสียง ถ้าไม่ได้ยินเสียงมีข้อความมาก็ยังดี แต่ว่าเขาหน่ะไม่ปล่อยให้ถึงขั้นนั้นหรอก แค่ไม่เห็นหน้าเกือบหนึ่งวัน เขาก็ต้องดิ่งไปหาให้พบเจอหน้าให้ได้ ตกลงแล้ว ใครหลงใครกันแน่นะ…

========================================

ไรเตอร์ทอล็ค

จบแล้วจ้า ไรเตอร์พยายามเร่งสุดขีด เพราะว่าวันจันทร์ต้องเริ่มทำงานแล้ว

คงจะไม่มีเวลามาแต่งอีก

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่คอยให้กำลังใจนะจ๊ะ

มันอาจจะไม่ดีมาก

แต่ว่าไรเตอร์ก็ตั้งใจทำมันออกมา

หวังว่าจะสนุกสนานกับฟิคเรื่องนี้นะ^ ^